สะท้อนประสบการณ์นานาชาติว่าด้วยการสนับสนุนการกลับคืนสู่ชุมชนของอดีตนักรบ

101

โครงการสานพลังชุมชน คืนคนสู่ถิ่น ภายใต้การดำเนินงานโดยมูลนิธิฮิลาลอะห์มัร ธนาคารโลก ร่วมกับสถาบันสมุทรรัฐเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้จัดกิจกรรมเสวนาวิชาการในหัวข้อ สะท้อนประสบการณ์นานาชาติว่าด้วยการสนับสนุนการกลับคืนสู่ชุมชนของอดีตนักรบ” เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องเจริญประดิษฐ์ ชั้น 3 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

โดยได้รับเกียรติจากคุณซาร่า ไมเคิล นักจัดการฝึกปฏิบัติงานในพื้นที่เปราะบาง ความขัดแย้งและความรุนแรง จากธนาคารโลก ในการบรรยายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับภาคประชาสังคม นักวิชาการ และคณะทำงานโครงการฯ

การสนับสนุนการกลับคืนสู่ชุมชนของกลุ่มเปราะบางพิเศษจากความขัดแย้ง : บทเรียนจากประสบการณ์นานาชาติซาร่า ไมเคิล นักจัดการฝึกปฏิบัติงานในพื้นที่เปราะบาง ความขัดแย้งและความรุนแรง จากธนาคารโลก ร่วมถ่ายทอดบทเรียนสำคัญจากประสบการณ์ที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการกลับคืนสู่ชุมชนของอดีตนักรบ (Reintegration) ในฐานะกลุ่มเปราะบางพิเศษจากความขัดแย้งในต่างประเทศ แก่ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และคณะทำงานโครงการสานพลังชุมชน คืนคนสู่ถิ่น ตลอดจนร่วมแลกเปลี่ยนประเด็นดังกล่าวถึงการดำเนินงานในลักษณะโครงการนำร่องเพื่อเป็นประโยชน์แก่การขยายผลต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้คุณซาร่า ได้ถ่ายทอดบทเรียนที่ตนเคยมีประสบการณ์ร่วมระดับนานาชาติ ในการสนับสนุนการกลับคืนสู่ชุมชนของอดีตนักรบ (Reintegration) ในฐานะที่กลุ่มคนดังกล่าวเป็นกลุ่มเปราะบางพิเศษจากความขัดแย้งเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานโครงการนำร่อง ไว้ 5 ประการด้วยกัน

ประการแรก เรื่องของปัจจัยในการพิจารณาถึงสภาพปัญหาของแต่ละบุคคล ทั้งสถานะทางเศรษฐกิจก่อนเข้าขบวนการ ชีวิตความเป็นอยู่ในระหว่างที่ถูกควบคุมตัวหรือต้องขัง ระยะเวลาการประจำการอยู่ในขบวนการ สถานะความสัมพันธ์ของกลุ่มเปราะบางพิเศษจากความขัดแย้ง ทั้งต่อบุคคลและต่อชุมชน ตลอดจนสุขภาพกายและจิตใจที่เกิดขึ้นในระหว่างเข้าร่วมขบวนการและหลังออกจากขบวนการ โดยปัจจัยที่ยกมาล้วนเป็นสิ่งที่มีอยู่ในประสบการณ์ระดับนานาชาติ

ประการที่สอง การให้การสนับสนุนในระดับที่จำเป็นต้องกระทำควบคู่กันไปกับการสนับสนุนระดับรายบุคคลเพื่อให้เกิดความครบถ้วน ทั้งในเรื่องความยุติธรรมและการฟื้นฟู โดยให้ทั้งสองฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนร่วมกัน

“ดังนั้นแนวทางที่พูดกันอยู่ในปัจจุบันก็คือว่าโครงการนำนักรบกลับคืนสู่ถิ่น จะไปช่วยสนับสนุนรายบุคคล แล้วการสนับสนุนรายบุคคลนั้นอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ในฐานะภาพกว้างกว่าที่ยังประโยชน์ให้แก่ชุมชน ดังนั้น การดำเนินงานโครงการจึงถือว่าเป็นการสร้างคุณูปการต่อความเป็นอยู่ที่ดีต่อชุมชน ด้วยการปรับปรุงบริการหรือว่าโครงสร้างพื้นฐานอะไรต่างๆ หรือว่าการเปิดโอกาสใหม่ ๆ เพื่อให้ชุมชนได้รับประโยชน์ด้วยเช่นกัน” ซาร่า กล่าว

ประการที่สาม คือการให้การสนับสนุนและส่งเสริมทักษะด้านอาชีพที่เหมาะสมของแต่ละบุคคล ควบคู่ไปกับความต้องการของผู้ประกอบการ พร้อมกับให้แรงจูงใจแก่ภาคธุรกิจในการจ้างกลุ่มคนเปราะบางพิเศษจากความขัดแย้งเข้าไปทำงาน และการสนับสนุนการศึกษาที่จะช่วยให้กลุ่มเปราะบางพิเศษจากความขัดแย้งได้มีพื้นฐานด้านอาชีพที่ได้รับการรับรองความรู้ผ่านหลักสูตรซึ่งเป็นที่ยอมรับแก่ตลาดแรงงาน พร้อมกับการได้มีประสบการณ์ร่วมกับสังคมในสถานศึกษา การได้รับการศึกษาพร้อมกับการมีสังคมนี้เองะเป็นส่วนหนึ่งในการปรับเปลี่ยนให้กลุ่มเปราะบางพิเศษจากความขัดแย้งกลับคืนสู่สภาพพลเมือง มีความพร้อมที่จะกลับคืนสู่ชุมชนได้

ประการที่สี่ การสนับสนุนส่งเสริมโครงการที่จะให้เกิดความปรองดองในชุมชน ฟื้นฟูสายสัมพันธ์กับชุมชน การให้เกิดความรู้สึกถึงความเป็นเนื้อเดียวกันกับชุมชนที่กลับไปอาศัย บวกกับการสนับสนุนทางด้านจิตสังคม ด้านสุขภาพความเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งนักรบหลายคนเองนั้น อาจมีสภาวะเครียดหลังจากถูกกระทำอย่างยาวนานจนกลายเป็นผู้ป่วยภาวะซึมเศร้าเรื้อรัง  (Posttraumatic Stress Disorder : PTSD) หรือการที่มีความโกรธฝังลึก ส่งผลต่อการใช้ชีวิต กระทั่งการนำตนเองไปสู่การเสพติดสารบางอย่าง เป็นต้น

“ทั้งนี้ ยังมีปัญหาทางสุขภาวะอื่นที่ส่งผลต่อทักษะการใช้ชีวิตประจำวัน อันเนื่องจากการใช้ชีวิตในสภาพนักรบเป็นเวลานาน กรณีตัวอย่างเช่น กรณีอดีตนักรบในฐานะกลุ่มเปราะบางพิเศษจากความขัดแย้งที่ไม่เคยใช้เงินในการซื้อสิ่งอุปโภคบริโภคใด ๆ มาก่อนในชีวิต (เมื่อได้รับการสนับสนุน) เขาจึงไม่สามารถนึกภาพออกได้ ว่าเขาจะบริหารจัดการเงินเหล่านั้นในการดำเนินงานโครงการอย่างไร หรือจะใช้เงินทุนเหล่านั้นในการจัดการเกี่ยวกับการอุปภคบริโภคในชีวิตประจำวันของพวกเขาอย่างไร” ซาร่า กล่าว

ประการที่ห้า การดำเนินงานโครงการในเชิงเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการนำนักรบกลับคืนสู่สภาพพลเมือง อย่างแรกสุดคือการเริ่มต้นวางแผนล่วงหน้าในการเตรียมการโครงการ ก่อนที่กลุ่มเปราะบางพิเศษจากความขัดแย้งจะได้รับการหนุนเสริม เพราะว่าความคาดหวังจากพวกเขาและชุมชนของพวกเขาเองจะสูงมาก หากว่าเราไม่ได้ดำเนินการเตรียมการล่วงหน้าแล้ว อาจจะก่อให้เกิดปัญหาที่บานปลายตามมา

ทั้งนี้ ซาร่ายังได้ทิ้งท้ายไว้ถึงความสำคัญในการสื่อสารก่อนและระหว่างดำเนินโครงการนำร่อง ทั้งการอธิบายวัตถุประสงค์ของโครงการ ช่องทางการให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ  ตลอดจนการคำนึงในเชิงยุทธศาสตร์ภายหลังเสร็จสิ้นสุดโครงการนำร่องว่าจะมีการขยายผลต่ออย่างไร ทั้งในแง่ของการเชื่อมกับกลไกพื้นฐานอื่นที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของรัฐและภาคประชาสังคม และการขยายขอบเขตการหนุนเสริมให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้นในโอกาสต่อไป