การสนับสนุนการกลับคืนสู่ชุมชนในมิติจิตสังคมและความเป็นอยู่ : บทเรียน การสื่อสาร และการเผชิญข้อท้าทาย

54

โครงการสานพลังชุมชน คืนคนสู่ถิ่น ภายใต้การดำเนินงานโดยมูลนิธิฮิลาลอะห์มัร ธนาคารโลก ร่วมกับสถาบันสมุทรรัฐเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ม.อ.ปัตตานี ได้จัดกิจกรรมวงสนทนาทางวิชาการในหัวข้อสะท้อนประสบการณ์นานาชาติว่าด้วยการสนับสนุนการกลับคืนสู่ชุมชนของอดีตนักรบ” เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563 ณ ห้องเจริญประดิษฐ์ ชั้น 3 สำนักงานอธิการบดี (ตึกใหม่) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

โดยได้รับเกียรติจากคุณ Stavros (Aki) Stavrou ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการพัฒนาสังคมในภูมิภาคตะวันออกกลางและอเมริกาเหนือของธนาคารโลก ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานด้านจิตสังคมและการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มเปราะบางพิเศษในการนำกลับคืนสู่สภาพพลเมืองในระดับนานาชาติได้มาถ่ายทอดประสบการณ์ ในการบรรยายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับภาคประชาสังคม นักวิชาการ และคณะทำงานโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้น  40 กว่าคน

บทสนทนาเริ่มด้วย คุณ Aki อธิบายถึงจึงมุ่งหมายของการดำเนินงานโครงการภายใต้แนวคิด DDR ว่าไม่ใช่โครงการพัฒนา จุดสำคัญของการจัดทำโครงการ DDR คือการจัดวางโครงสร้างพื้นฐานในระยะเปลี่ยนผ่านจากสถานการณ์ความขัดแย้งไปสู่การมีสันติอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับการดำเนินงานโครงการที่ต้องเข้าใจธรรมชาติของนักรบซึ่งเคยอยู่ในสภาพการณ์ที่ต่างจากชีวิตพลเรือนทั่วไป ทั้งการถูกหล่อหลอมให้ปฏิบัติงานตามคำสั่งเป็นเวลานาน การถูกฝึกฝนให้ปฏิบัติงานบางรูปแบบซ้ำ ๆ เป็นต้น การนำกลุ่มคนดังกล่าวกลับคืนสู่สังคมจึงต้องมีความเข้าใจต่อพื้นฐานบุคคลในฐานะกลุ่มเปราะบางพิเศษ ที่จะได้รับการสนับสนุนเพื่อกลับมามีชีวิตในฐานะพลเรือน

การสนับสนุนด้านจิตสังคมและชีวิตความเป็นอยู่

ในแง่ของการสนับสนุนแก่ผู้รับประโยชน์ Aki ได้อธิบายถึงการดูแลผ่านสองมิติหลัก ได้แก่มิติจิตสังคม (Psycho social) และชีวิตความเป็นอยู่ (Livelihood)

ในมิติจิตสังคมนั้น เป็นประเด็นปัญหาเรื่องสุขภาวะของบุคคลที่ผ่านประสบการณ์ความรุนแรงมายาวนาน ทั้งในเรื่องของสุขภาพกายเป็นอย่างแรกที่ต้องได้รับการดูแล ในบางประเทศที่มีประสบการณ์จากความขัดแย้ง ภายหลังจากที่ความรุนแรงคลี่คลายและมีการปลดอาวุธของกองกำลัง ได้มีการเปิดโอกาสให้บรรดาอดีตนักรบเข้ารับบริการด้านสุขภาพในโรงพยาบาลของรัฐได้อย่างเต็มที่

Aki ยังอธิบายต่อ ว่าการได้รับการดูแลทางด้านจิตใจเองก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน สิ่งที่ช่วยได้สำหรับบุคคลที่เคยผ่านประสบการณ์ความรุนแรงจากความขัดแย้งในเบื้องต้นคือการเข้าไปทำหน้าที่เป็นผู้รับฟังเพื่อให้คำปรึกษา (Counselor) อาจทำโดยคนในครอบครัว ผู้นำทางศาสนา อดีตนักรบด้วยกัน หรือบุคคลอื่นที่ผู้รับการให้คำปรึกษาไว้ใจ โดยผู้ที่ทำหน้าที่รับฟังจะต้องได้รับการอบรมก่อนปฏิบัติงาน จากประสบการณ์แล้วมักใช้เวลาในการอบรม 15 วัน ทั้งนี้ Aki ยังได้แนะนำแนวคิดที่สำคัญอย่าง Problem Management Plus (PM+) ซึ่งเป็นวิธีการที่ออกแบบโดย องค์การอนามัยโลก (WHO) ในการให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่มีความเครียดและวิตกกังวล ในการนำไปปรับใช้ในกระบวนการการรับฟังโดยผู้ปฏิบัติงาน (สามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ PM+ ได้ที่ https://bit.ly/3csoIDK)

พร้อมกันนั้น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจะมีบทบาทสำคัญในกรณี (case) ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการรับฟัง ซึ่งต้องใช้แนวทางเฉพาะทางในการแก้ไขปัญหาด้านสภาพจิตใจที่ฝังลึกจากประสบการณ์ความรุนแรง

Aki ยังอธิบายต่อ ในกรณีที่ชุมชนอาจใช้ศาสนาในการบำบัด กระนั้นชุมชนก็ควรที่มีความเข้าใจว่าหลายปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสภาพจิตใจที่เป็นผลกระทบจากประสบการณ์ความรุนแรงจากความขัดแย้งนั้น การใช้ศาสนาในการช่วยเหลือทางจิตใจอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากปัญหาบางอย่างต้องได้รับการแก้ไขด้วยวิธีการเฉพาะทาง ซึ่ง Aki ได้ยกตัวอย่างจากกรณีตัวของเขาเอง

ทั้งนี้ Aki ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในการเข้าไปทำหน้าที่เป็นผู้รับฟังแก่บุคคลที่เคยผ่านประสบการณ์ความรุนแรงจากความขัดแย้ง ถึงความเป็นไปได้ที่ว่าบุคคลที่กลับมาสู่ชุมชนภายหลังจากปลดสภาพจากการเป็นนักรบนั้น อาจถูกตีตราโดยเจ้าหน้าที่ความมั่นคงและสังคม การทำให้พวกเขามีความพร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตในฐานะพลเรือนได้ถือว่ามีความสำคัญ ในการที่พวกเขานั้นจะสามารถประกอบอาชีพ มีคุณสภาพชีวิตที่ดี ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สามารถดูได้จากสามส่วนหลัก ได้แก่ความสัมพันธ์ของอดีตนักรบกับคนในครอบครัว กับคนในชุมชน และสภาพความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจ

มิติชีวิตความเป็นอยู่ (Livelihood) จึงเป็นอีกมิติถัดจากการดูแลทางด้านจิตในสังคมในการสนับสนุนการกลับคืนสู่สังคมแก่กลุ่มเปราะบางพิเศษ Aki อธิบายว่า การสนับสนุนในมิตินี้เองจำเป็นต้องเริ่มจากการหาข้อมูลเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลทางเศรษฐกิจที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถหาเลี้ยงชีพได้ ทั้งการประเมินสภาพและความต้องการของตลาดแรงงานที่มีอยู่ในพื้นที่ ตลอดจนการเพิ่มขีดความสามารถในการออกไปทำงานในต่างพื้นที่ และการที่ผู้รับประโยชน์มีความสามารถในการออกแบบการประกอบอาชีพ อันเนื่องจากได้รับการอบรมหรือการศึกษา อาจในรูปแบบของการประกอบธุรกิจ หรือการจัดการร่วมแบบสหกรณ์ชุมชน พร้อมกับการให้เกิดความตระหนักรู้ถึงหน้าที่และสิทธิพลเมืองเพื่อให้มีความพร้อม สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้

ความสำคัญของการสื่อสารระหว่างให้การสนับสนุน

ในช่วงเวลาของการปรับปรุงแก่กลุ่มเปราะบางพิเศษในฐานะผู้รับประโยชน์ ทั้งในมิติจิตสังคมและความเป็นอยู่นั้น การสื่อสารถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการกระจายข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการสนับสนุนที่ถูกต้องและทั่วถึง โดยอาศัยช่องทางที่มีอยู่ภายในชุมชน ตลอดจนการจัดตั้งศูนย์กระจายข้อมูลที่เป็นกิจจะลักษณะ เพื่อให้มีช่องทางที่เป็นทางการ ป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดจากการสื่อสาร และข่าวลวง (Fake news) ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งจากการดำเนินงานโครงการได้

ขณะเดียวกัน สิ่งที่จะต้องระวังในการให้การสนับสนุนระดับบุคคล คือความคาดหวังของอดีตนักรบที่จะเข้ามาในฐานะผู้รับประโยชน์โครงการ หากโครงการมีการสื่อสารที่ไม่ดีถึงรายละเอียดและขอบเขตของการช่วยเหลือ อาจทำให้ผู้รับประโยชน์เกิดความเข้าใจผิด กระทั่งขยายผลเป็นความขัดแย้งได้

อีกทั้ง ทางโครงการฯยังได้เรียนเชิญเจ้าหน้าที่จากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนภาคประชาสังคมในพื้นที่ เข้าร่วมรับฟังและสนทนาแลกแปลี่ยนถึงประเด็นการดำเนินงานเพื่อกลับคืนสู่ชุมชนในบริบทสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย เพื่อหาแนวทางในการเสริมสร้างเพิ่มเติมจากกระบวนการนำร่อง เพื่อนำไปสู่การรองรับการกลับคืนสู่ชุมชนของกลุ่มเปราะบางพิเศษในอนาคตต่อไป

 แนวคิด DDR : บนเรียนและข้อท้าทาย

คุณรักชาติ สุวรรณ ประธานสภาประชาสังคมและนักทำงานประชาสังคมด้านเครือข่ายชาวพุทธในพื้นที่ อธิบายว่าตนรู้จักแนวคิด DDR จากการนำเสนองานวิจัยเชิงวิชาการในพื้นที่เมื่อไม่นานมานี้ สำหรับตนมองว่ายังมีข้อกังวลบางประการ เกี่ยวกับทัศนะหรือมุมมองของชาวพุทธในพื้นที่ว่าโครงการลักษณะนี้จะเป็นการพาโจรกลับบ้านหรือไม่ ทำอย่างไรให้พวกเขามีความเข้าใจต่อประเด็นการดำเนินงานโรงการลักษณะดังกล่าว ขณะเดียวกัน การทำ DDR ควรจะทำระหว่างหรือหลังกระบวนการพูดคุยสันติภาพ

Aki ตอบข้อคำถามของคุณรักชาติถึงการทำ DDR ว่า ไม่มีกฎตายตัวในการทำเรื่องนี้ แม้ในกรณีศึกษาส่วนใหญ่ที่ผ่านมามักมีการทำ DDR หลังจากที่มีการทำข้อตกลงสันติภาพแล้ว กระนั้นกรณีศึกษาเหล่านั้นต่างเป็นกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ขณะที่รูปแบบของความขัดแย้งในปัจจุบันได้แปรเปลี่ยนไปและมีท่าทียืดเยื้อ ในระหว่างความขัดแย้งนั้นก็มีผู้ประสงค์ปลดสภาพจากการเป็นนักรบทยอยกลับคืนสู่ชุมชน จึงมีความคิดว่าจะทำอย่างไรในขณะที่คนเหล่านั้นกลับคืนมา พร้อมกับการให้เกิดความคลี่คลายและเชื่อมไปสู่การเกิดสันติสุขได้

รักชาติยังถามต่อว่า แล้วจะทำอย่างไรในกรณีที่มีคนไม่เห็นด้วย ?

Aki ได้ยกกรณีที่ผ่านมาถึงความขัดแย้งที่ส่งผลต่อความเสียหายต่อบ้านเรือน ตลอดจนการสูญเสียที่เกิดจากการสู้รบแต่พวกเขาไม่ได้รับการดูแล ผู้ออกแบบโครงการจึงต้องออกแบบโครงการที่คำนึงถึงกลุ่มคนเหล่านี้ด้วย พร้อมกันนั้นคือความสำคัญของยุทธศาสตร์การสื่อสาร ไม่ว่าเราจะสร้างความเข้าใจอย่างไร คนที่ไม่เห็นด้วยก็จะยังคงมีต่อไป สิ่งที่พึงกระทำคือการดำเนินงานอย่างระมัดระวังและเหมาะสม การดำเนินโครงการลักษณะนี้ยังคงไม่พ้นไปจากความรู้สึกของอีกกลุ่มที่เห็นว่าตนเสียประโยชน์และนำไปสู่ความขัดแย้งเสมอ อย่างน้อยที่สุดการดำเนินโครงการควรทำเท่าที่สามารถให้ดีที่สุด

คุณโซรยา จามจุรี นักวิชาการสำนักส่งเสริมและการศึกษาต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และนักประชาสังคมเครือข่ายสตรีในพื้นที่ ได้มีข้อคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติงานเกี่ยวกับ DDR ว่าจะเกิดประโยชน์อะไรต่อผู้ที่มิใช่อดีตนักรบ อีกทั้ง การทำ DDR นั้นจะเกิดขึ้นในระหว่างที่ยังคงมีความขัดแย้งหรือความขัดแย้งได้ยุติลงแล้ว

Aki กล่าวจากประสบการณ์ 26 ประเทศที่ผ่านมาในการทำ DDR ว่ามีการทำการสำรวจก่อนเริ่มดำเนินงานโครงการว่ามีความคิดเห็นอย่างไร คำตอบโดยรวมคืออยากเห็นคนที่กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างทั่วไป ไม่สร้างปัญหาให้สังคม นอกจากนั้นในหลายประเทศยังมีโครงการลักษณะดังกล่าวของรัฐที่ให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมในการออกแบบ

สำหรับคำถามต่อมาของโซรยาว่าจะต้องให้ความขัดแย้งยุติก่อนหรือไม่นั้น ยังมีหลายกรณีที่มีการดำเนินงานระหว่างที่ยังมีความขัดแย้งอยู่ อย่างในกรณีความขัดแย้งในอิรัก เยเมน คองโก เป็นต้น บางประเทศนักรบยังไม่ประสงค์ที่จะปลดอาวุธ เนื่องจากยังคำนึงเรื่องความปลอดภัยของพวกตนจากการใช้ความรุนแรง

เบอร์กิท ฮานสล์ ผู้จัดการธนาคารโลกประจำประเทศไทย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวเสริมถึงกรณีของผู้ที่อาจเห็นต่างต่อโครงการว่า ตนอยากให้ลองคิดในทางกลับกัน เราจะมีหนทางอื่นหรือไม่ หากกระบวนการนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากความสำคัญคือการฟื้นฟูความสัมพันธ์ของผู้คนให้อยู่ร่วมในสังคมเดียวกันได้ ขณะเดียวกันต้องอาศัยการเสียสละ

คุณอัญชนา หีมมิหน๊ะ ประธานกลุ่มด้วยใจ มีคำถามเกี่ยวกับว่าการทำ DDR จะทำให้เกิดการปรองดองได้หรือไม่ ?

Aki ได้ตอบคำถามดังกล่าวจากการถอดประสบการณ์ที่ต่าง ๆ ว่าตนดูแล้วไม่สามารถเอาอะไรจากตรงนั้นมาใช้กับกรณีสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในประเทศไทยได้เลย ต้องกลับไปดูว่าที่ผ่านมาสังคมไทยจัดการกับความขัดแย้งที่นำไปสู่ความรุนแรง กระทั่งพัฒนาไปสู่ความเคียดแค้นของคนระหว่างกลุ่มได้ด้วยวิธีการใด ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาเฉพาะแต่ละพื้นที่ก็ขึ้นอยู่กับการค้นหาคุณลักษณะเฉพาะในสังคมนั้นด้วย

ฮาดีย์ หะมิดง นักกิจกรรมที่มีบทบาทอยู่ในแวดวงประชาสังคมพื้นที่ กล่าวว่าตนเองก็ได้ยินการนำเสนอเกี่ยวกับ DDR มาหลากหลายที่ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีโทนของการนำเสนอที่แตกต่างกันไป สำหรับตนมองว่าการนำเสนอของ Aki พยายามจะเห็นภาพของการช่วยเหลือที่มองบนฐานของมนุษยธรรม ขณะเดียวกัน ปัญหาของสิ่งเหล่านี้ยังทับซ้อนด้วยกับปัญหาเชิงโครงสร้างและความขัดแย้งทางการเมือง มีความคิดเรื่องแพ้ชนะเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ฮาดีย์จึงมีคำถามว่า ในกรณีที่มีการกล่าวถึงคนที่จับอาวุธ ทั้งรัฐและขบวนการ กระบวนการ DDR จะมีการดำเนินการในทั้งสองฝ่ายหรือไม่ (ในฐานะตัวแสดงที่มีการเผชิญหน้าและต่างติดอาวุธ) ?

Aki ตอบในประเด็นคำถามของฮาดีย์ ว่าการดำเนินงานโครงการลักษณะนี้มีการจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการที่เกี่ยวข้องกับคณะทำงานเชิงนโยบายส่วนหน้าของรัฐบาล ซึ่ง DDR จะไม่สามารถดำเนินงานได้ หากมิได้รับความยินยอมจากรัฐบาล ขณะเดียวกัน การกลับคืนสู่ชุมชนในบางประเทศก็ไม่ได้ใช้คำว่า Reintegration อย่างในกรณีที่ฟิลิปปินส์ใช้คำว่า Normalization

ในกรณีของผลกระทบที่ได้รับจากความรุนแรงจากความขัดแย้งนั้น ไม่ว่าจะแก้ไขทั้งสองฝ่ายหรือไม่ ฝ่ายทหารของรัฐบาลต่างมีกลไกพื้นฐานรองรับอยู่แล้ว กรณีของการจัดทำโครงการจึงเป็นเรื่องของการช่วยเหลือคนที่ไม่มีกลไกการช่วยเหลือรองรับ หรือกลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรได้อย่างเช่นคนทั่วไป ขณะเดียวกัน ในกรณีของการให้กลับมามิใช่การให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นผู้แพ้ การตอกย้ำเช่นนี้มีแต่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง

 บทสนทนาของความรู้สู่การจัดการ

ด้าน คุณมูฮำมัดอายุบ ปาทาน นักทำงานประชาสังคมชายแดนภาคใต้อาวุโส แนะนำว่าคณะทำงานควรมีความเข้าใจเชิงแนวคิดหลักการ ทั้งยังมีข้อคำถามถึงประเด็นของ DDR ในเชิงแนวคิดต่อการปฏิบัติว่า ทำไม (ในบางพื้นที่) จึงต้องทำ R (Reintegration, Reinsertion) ก่อน ทรัพยากรของชุมชนเองใดบ้างที่จะเข้ามาช่วยเรื่องนี้ และท้ายที่สุด เราอยากทำอะไร อยากเห็นแบบไหน เนื่องจากตนมองว่าเราไม่สามารถดึงมาจากต่างประเทศทั้งหมดได้ ขณะเดียวกันเราควรหาแนวทางที่เหมาะสมแก่พื้นที่เอง

ขณะที่คุณอัญชนา กล่าวเสริมว่า เรายังไม่มีการพูดถึงบรรดาผู้หญิงที่มีส่วนร่วมกับกองกำลัง เราจะมีการช่วยเหลือคนเหล่านี้หรือไม่ อย่างไร ?

เอกรินทร์ ต่วนศิริ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ผู้ดำเนินการเสวนาอธิบายถึงประเด็นของมูฮำมัดอายุบ ว่าสิ่งที่เราคิดถึงกันน้อยคือการคำนึงว่าในทางการเมือง บทสนทนาเช่นนั้นเป็นบทสนทนาที่ยาวนาน หาข้อสิ้นสุดที่ชัดเจนมิได้ ขณะเดียวกัน ข้อคำตอบที่มาจากคุณ Aki มีฐานจากงานวิจัย และในกรณีของการจัดการผู้คนที่ประสงค์กลับคืนสู่สงคมในกรณีของการเมืองไทยก็มีประสบการณ์ดังกล่าวจากประกาศ 66/23 ที่ให้กองกำลังพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยที่ประสงค์วางอาวุธกลับคืนสู่สังคม กระทั่งปัจจุบันคนเหล่านี้ต่างมีที่ทางทางสังคมที่ผู้คนต่างให้การยอมรับ ทั้งในฐานะนักวิชาการ นักการเมือง กระทั่งรัฐมนตรีกระทรวง และการดำเนินโครงการเพื่อให้เกิดการกลับคืนสู่ชุมชนในกรณีความขัดแย้งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เอง อาจไม่จำเป็นต้องรอข้อสรุประหว่าง Party A และ B ไม่ว่าจะอย่างไร โครงการนี้ยังต้องการความรู้อีกมหาศาลในการเติมเต็มและขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่ความคลี่คลายความขัดแย้ง

Aki ได้กล่าวเสริม ถึงกรณีที่ทหารในสังกัดกองทัพสหรัฐฯ หรืออังกฤษ ที่หนีออกจากกรมกอง ซึ่งในอดีตถูกลงโทษด้วยการนำตัวกลับมาแล้วมีการจับคุมขัง แต่ในปัจจุบันในกองทัพต่าง ๆ เหล่านั้นได้มีการนำกระบวนการ Reintegration (ในมิติของการให้ความดูแลช่วยเหลือทางจิตสังคมและการอยู่ร่วมกัน) มาปรับใช้เพื่อทดแทนมาตรการดังกล่าว สำหรับโครงการนี้ (โครงการสานพลังชุมชน คืนคนสู่ถิ่น) เอง ได้ใช้บทบาทของภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนโครงการในลักษณะของการนำร่อง ตนเข้าใจว่าการที่ประชาสังคมเกิดการเสียงแตก ตนก็เข้าใจว่ามันเป็นธรรมชาติ ตนเองจึงคิดในเชิงโจทย์ว่าจะทำอย่างไรในแง่ของการสื่อสาร ?

สำหรับกรณีของการสนับสนุนช่วยเหลือผู้หญิงที่มีบทบาทร่วมกับกองกำลัง Aki อธิบายว่าในบางประเทศ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายมีการให้การสนับสนุนเหมือนกันหมด ในขระที่บางประเทศนั้นแตกต่างออกไป กรณีของผู้หญิงเป็นสิ่งที่ทำยากที่สุด เนื่องจากสังคมมีการประณามผู้หญิงที่มีส่วนร่วมกับความขัดแย้งที่นำไปสู่ความรุนแรงสูง (เนื่องด้วยวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ) บางประเทศผู้หญิงไม่แสดงตัวเลย บางประเทศต้องจัดโครงการสำหรับช่วยเหลือผู้หญิงแยกต่างหาก ซึ่งตัวของผู้หญิงในฐานะผู้มีส่วนร่วมกับการกองกำลังติดอาวุธในอดีตมิได้หมายความว่าพวกเธอทุกคนเป็นผู้ติดอาวุธ หากแต่ยังมีบทบาทอื่นของพวกเธอในกองกำลังดังกล่าว

สำหรับเอกสารประกอบการบรรยาย สามารถดาวน์โหลดได้ที่ drive.google.com/file/d/1m0u0YGTFxfoW5UxJkJKh_pnEHcZwvFxz/view?usp=sharing


 

สำหรับ Stavros Aki Stavrou  เป็นผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการพัฒนาสังคมในภูมิภาคตะวันออกกลางและอเมริกาเหนือของธนาคารโลก เขาเคยทำงานในแอฟริกา อเมริกาใต้ ยุโรปและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ประเด็นเชี่ยวชาญหลักคือ i) การคืนสู่สังคมของอดีตนักรบภายหลังความขัดแย้ง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เด็ก สตรี ผู้พิการ และผู้ที่ได้รับการประทบกระเทือนทางจิตอย่างรุนแรง ii) การมีส่วนร่วมทางสังคมของชุมชนที่เปราะบางและการสร้างความมั่นใจระหว่างสังคมที่มีการแบ่งแยก iii)  การโยกย้ายถิ่นฐาน รวมถึงการขอลี้ภัย ผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่น iv) ประชาธิปไตยและการสร้างสันติภาพในรัฐที่มีความเปราะบางหรืออยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน v) เยาวชนกลุ่มเสี่ยง และระบบยุติธรรมทางอาญาในระบบประชาธิปไตยในช่วงเริ่มแรก และ vi)  สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบและการให้บริการและสาธารณูปโภคที่เป็นสากล

ก่อนที่เขาจะทำงานที่ธนาคารโลก เขาทำงานในภาคเอกชน ภาครัฐ สถาบันการศึกษา และประชาสังคม  ในฐานะนักปฏิบัติการด้านการพัฒนาและนักกิจกรรมในแอฟริกาใต้และไอร์แลนด์ เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการพัฒนาการศึกษาจากมหาวิทยาลัย KwaZulu / Natal ในแอฟริกาใต้