FAQs ประเด็นคำถาม-คำตอบที่สำคัญเกี่ยวกับโครงการ

53
  1. โครงการสานพลังชุมชนคืนคนสู่ถิ่น มีที่มาอย่างไร?

ตอบ  โครงการนี้ได้รับการเห็นชอบในภาพรวมโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งได้ตั้งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาโครงการสานพลังชุมชนคืนคนสู่ถิ่น  ขึ้นมากำกับดูแลทิศทางโครงการ ประกอบด้วยตัวแทนจากกระทรวงทบวงกรมที่เกี่ยวข้อง สำหรับโครงการฯ ดำเนินงานโดยภาคประชาสังคมในพื้นที่ (มูลนิธิฮิลาลอะห์มัร) โดยธนาคารโลกซึ่งเป็นหน่วยงานระหว่างประเทศที่กำกับดูแลโดยกระทรวงการคลัง ที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือด้านการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมแก่ประเทศที่ยากจนและประสบปัญหาความขัดแย้งเป็นผู้สนับสนุน

สำหรับโครงการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำร่องแนวทางการช่วยเหลือทางสังคมและเศรษฐกิจแก่ผู้ที่มีความเปราะบางพิเศษ (ผู้ที่ได้รับกระทบจากคดีความมั่นคง)

  1. โครงการนี้เน้นการช่วยเหลือในรูปแบบใด?

ตอบ ธนาคารโลกได้รับงบประมาณสนับสนุนแบบให้เปล่าจากกองทุนประเทศเกาหลีใต้ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว

การช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทางรัฐบาลเปิดพื้นที่ให้กับองค์กรพัฒนาเอกชนได้เข้ามามีบทบาทร่วมในการดูแลกลุ่มคนเปราะบางพิเศษ ประสบการณ์นานาชาติชี้ให้เห็นว่าการที่จะให้กลุ่มเปราะบางพิเศษเหล่านี้ (อดีตผู้ได้รับผลกระทบจากคดีความมั่นคงที่ปลอดจากพันธกรณีทางกฏหมายแล้ว) กลับมามีชีวิตปกติในฐานะพลเมือง จำเป็นต้องใช้แนวทางทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กันไป ซึ่งในหลายด้านนั้นเท่าที่ผ่านมาองค์กรในภาครัฐได้ให้บริการอยู่แล้ว แต่อาจไม่ทั่วถึงครอบคลุมหรือขาดการเชื่อมโยงภายใต้บริบทที่อ่อนไหว

ดังนั้น โครงการสานพลังชุมชนคืนคนสู่ถิ่น จึงทำงานในสองระดับคือ การสนับสนุนระดับบุคลที่จัดอยู่ในกลุ่มเปราะบางพิเศษ ในฐานะ ”ผู้รับประโยชน์จากโครงการ” จำนวน 200 ราย และการสนับสนุนระดับชุมชนที่ผู้รับประโยชน์อาศัยอยู่ โดยให้คนในชุมชน ทั้งผู้รับประโยชน์และคนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการโครงการฯที่เป็นประโยชน์และช่วยส่งเสริมความพันธ์อันดีภายในชุมชน

สำนักงานสมช. กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า และกระทรวงการคลังจึงได้ร่วมพิจารณาให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของทางธนาคารโลก ในการสนับสนุนความช่วยเหลือแบบให้เปล่าแก่รัฐบาลไทยผ่านโครงการสานพลังชุมชน คืนคนสู่ถิ่น โดยมีองค์กรพัฒนาเอกชนและมูลนิธิฮิลาลอะห์มัร เป็นหน่วยงานดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ตามโครงการฯ

  1. ความช่วยเหลือจากโครงการนี้ เหมือนกับที่รัฐให้หรือไม่ ?

ตอบ – ข้อแตกต่างมีอยู่สามด้านด้วยกัน ประการแรกคือการให้องค์กรเอกชนเข้าร่วมในการดูแล ประการที่สองคือเน้นมิติทางสังคมและเศรษฐกิจที่ตอบสนองความต้องการของผู้ได้รับประโยชน์เป็นหลัก และประการที่สามคือมีการจัดระบบดูแลติดตาม และส่งต่อความช่วยเหลือเพื่อให้บรรลุตามเป้าประสงค์ตลอดระยะเวลาการสนับสนุน

เนื่องจากเป็นโครงการนำร่อง จึงจะมีการติดตามประเมินผลและถอดบทเรียนในด้านต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาการทำงาน

  1. มีการประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ไหม ?

ตอบ- การประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่เป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน การประสานมีการดำเนินงานในสองระดับคือ  1)คณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการฯจะมีหนังสือแจ้งมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อแจ้งนโยบายรัฐในภาพรวม 2)ในระดับพื้นที่ มูลนิธิฮิลาลอะห์มัรจะประสานกับหน่วยงานที่สนับสนุนทางสังคมและเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน เนื่องจากผู้รับประโยชน์จากโครงการเป็นกลุ่มเปราะบาง จึงมีความจำเป็นที่โครงการต้องมีการกำหนดแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานของภาครัฐในระดับท้องถิ่นและท้องที่ด้วย

  1. หากในหมู่บ้านมีคนที่เข้าเกณฑ์ได้รับประโยชน์เกินโควต้าที่โครงการให้มา จะมีวิธีการคัดเลือกอย่างไร และคนที่ไม่ได้รับการคัดเลือกในรอบนี้ จะมีโอกาสได้รับคัดเลือกในรอบหน้าหรือไม่?

ตอบ- ในการคัดเลือกผู้ได้รับประโยชน์ของโครงการนั้น ทางมูลนิธิจะมีการตั้งคณะกรรมการคัดเลือกที่ประกอบด้วยผู้นำพื้นที่ที่รู้จักคนและชุมชน โดยหลักเกณฑ์คือ เป็นอดีตผู้ได้รับผลกระทบจากคดีความมั่นคง เต็มใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมโครงการฯ กลับมายังชุมชนแล้วไม่เกินสิบปี  มีฐานะยากจน หากเข้าเกณฑ์เท่ากันจะพิจารณาให้ผู้หญิงก่อนเพราะว่าผู้หญิงเป็นกลุ่มคนมีจำนวนน้อยและผู้หญิงมักแบกรับภาระดูแลครัวเรือน)

โครงการนี้เป็นโครงการนำร่องที่มีกรอบการสนับสนุนที่ดำเนินงานในระยะเวลาหนึ่งปีเศษ ร่วมกับผู้รับประโยชน์สองร้อยรายและครอบครัว โอกาสในการสนับสนุนที่อาจมีการในอนาคตนั้น ขึ้นอยู่กับการดำเนินงานและบทเรียนที่ได้รับจากโครงการนี้

  1. ช่วยเหลือผ่านใคร?

ตอบ – โครงการสานพลังชุมชนคืนคนสู่ถิ่น มีการทำงานเป็นทีมในทุกระดับ จะมีพี่เลี้ยง (เคสเวร์คเกอร์) ที่ดูแลผู้ได้รับประโยชน์รายบุคคลและครอบครัว ในระดับชุมชนก็จะมีผู้ประสานงานพื้นที่ (ฟาซิลิเตเอตร์) ที่จะช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับผู้ได้รับประโยชน์ผ่านการสนับสนุนการจัดทำโครงการโดยชุมชน นอกจากนี้ยังมีที่ปรึกษา (เคาน์เซลเลอร์) ที่จักเชื่อมประสานระหว่างทีมกับหน่วยงานท้องถิ่นและท้องที่ นอกจากนี้ ทางโครงการยังจัดให้มีกลไกรับฟังข้อเสนอแนะจากพื้นที่ และมีเจ้าหน้าที่ประสานเรื่องร้องเรียนหนึ่งคน ทั้งนี้ สำนักงานยังมีเจ้าหน้าดูแลด้านการเงินและการจัดซื้อจัดจ้างประจำโครงการอีกด้วย และนอกจากทีมงานประจำของโครงการแล้ว เรายังมีองค์กรพัฒนาเอกชนร่วมเป็นหุ้นส่วนในการให้การสนับสนุนทางจิตสังคมและเศรษฐกิจแก่ผู้รับประโยชน์โครงการ

  1. ถาม – ชุมชนจะได้รับอะไร

ตอบ – จากบทเรียนนานาชาติในการกลับคืนสู่สังคม การทำงานกับผู้ได้รับประโยชน์ต้องดำเนินควบคู่ไปกับการสนับสนุนชุมชนที่พวกเขาอยู่ด้วย งานระดับชุมชนภายใต้โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับประโยชน์กับชุมชน โดยผ่านงบประมาณและกิจกรรมที่ชุมชนเลือกเอง ทั้งนี้กิจกรรมชุมชนเหล่านี้จะเป็นช่องทางที่ผู้ที่ไม่ได้รับคัดเลือกจะมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้ 

  1. ถาม- โครงการฯมีกลไกรับฟังความคิดเห็นอย่างไร

ตอบ – กลไกการรับฟังความคิดเห็นโครงการฯ มีสองแนวทางด้วยกัน ช่องทางแรกคือผ่านกลไกที่มีอยู่แล้วของทางภาครัฐที่อยู่ในพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานยุติธรรมชุมชน และศูนย์ดำรงธรรมของกระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้ ทางโครงการฯยังจัดให้มีระบบรับเรื่องร้องเรียนในหลายรูปแบบและหลายช่องทางด้วยกัน  (ดูรายละเอียดในแผ่นพับ) พร้อมทั้งมีกรอบเวลาชัดเจนในการดำเนินการเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนมา

  1. เราจะสามารถตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการนี้ได้อย่างไร

ตอบ ในทุกโครงการที่ทางธนาคารโลกได้ดำเนินงานในทั่วโลก มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีกลไกการติดตามประเมินผลโครงการที่เกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรหรือเงินที่ใช้ไป ลักษณะของกลไกที่เรานำมาใช้มีความเหมือนกันกับทุกโครงการทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก

สำหรับโครงการนี้แล้ว ได้มีการจัดการติดตามตรวจสอบในทุกระดับการปฏิบัติการคือ การสนับสนุนระดับบุคคล หรือผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการ จะมีการตรวจสอบการใช้งบประมาณตามแผนสนับสนุนด้านอาชีพรายบุคคล พี่เลี้ยงและเจ้าหน้าที่โครงการจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

สำหรับโครงการในระดับชุมชน จะมีการตั้งคณะกรรมการชุมชนขึ้นมาบริหารจัดการโครงการและงบประมาณโดยชุมชนเอง โดยจะมีพี่เลี้ยงจากโครงการช่วยสนับสนุนทางเทคนิคในการฝึกอบรมการบริหารการเงินและจัดซื้อจัดจ้าง

นอกจากนี้ เมื่อปิดโครงการ คณะกรรมการโครงการจะต้องเปิดเผยข้อมูลและผลสำเร็จของการบริหารจัดการโครงการและความสำเร็จให้กับชุมชนได้รับรู้โดยทั่วกัน